ประวัติดร.เทียม โชควัฒนา
วันที่ 14 เดือน 5 ปีมังกร พุทธศักราช 2459 (นับตามปฏิทินจีน) คือปีเกิดของ บุรุษนาม “เทียม โชควัฒนา” ในละแวกตรอกเต็งลั้งโกย จักรวรรดิ หรือ ที่รู้จักกันดีในนามว่า “สำเพ็ง” ย่านการค้าที่ยังทรงบทบาทสำคัญที่สุดแห่ง หนึ่งของเมืองไทย จากอดีตจวบปัจจุบันนามเดิมของท่านคือ เฮงเทียม แซ่ลี้ เป็นบุตรคน ที่ 3 จากจำนวนพี่ทั้ง 8 ของนายฮกเปี้ยว และนางสอน แซ่ลี้ บิดาท่านเป็นชาว จีนโพ้นทะเลมาจากตำบลเตี๋ยชู้เลี้ยง อำเภอโผวเล้ มณฑล แต้จิ๋ว เป็นผู้ที่มีอุปนิสัยซื่อสัตย์ประกอบอาชีพเป็นเสมียนร้านรับส่งเงินตรา ไปยังประเทศจีน ส่วนมารดานั้นเป็นลูกจีนซึ่งเกิดในเมืองไทยเป็นผู้มีนิสัย โอบอ้อมอารี และใจ บุญสุนทานต่อผู้อื่นเสมอ
ชีวิตในช่วงเยาว์วัย
ความที่ท่านมีชีวิตวัยเด็กอยู่ภายใต้การอบรมดูแลจากบิดามารดาอย่างอบอุ่น ใกล้ชิดจึงได้รับการถ่ายทอดอุปนิสัย และความซื่อสัตย์ อดทนตลอดจนความ เมตตา โอบอ้อมอารี จากผู้ให้กำเนิดทั้งสองอย่างเต็มเปี่ยมท่านประธานเคย เล่าความรู้สึกของตนที่มีต่อบิดาให้คนใกล้ชิดฟังว่า.. ”ข้าพเจ้ามีความรักและ นับถือคุณ พ่ออย่างลึกซึ้ง เห็นการต่อสู้กับงาน เห็นความรับผิดชอบของท่านที่ มีต่อครอบครัว และญาติพี่น้องมาโดยตลอด เพราะข้าพเจ้าไม่เคยอยู่ห่างไกล จากคุณพ่อเลยทำ ให้อุปนิสัยและการปฏิบัติตนของคุณพ่อล้วนหล่อหลอมและ ก่อรูปขึ้นเป็นตนอยู่ในใจของ ข้าพเจ้ามาโดยตลอด ” ส่วนมารดานั้น ท่าน ประธานเคยเล่าว่า..”มารดาของข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อการเสียสละ ทำบุญอย่างยิ่งครั้งหนึ่งเมื่อยังเด็ก ข้าพเจ้าเคยท้วงท่าน เมื่อเห็นท่านต้องทำ งานเหน็ดเหนื่อยทั้งปี กับการนั่งมวนยาเส้นให้เป็นบุหรี่ แต่ครั้นนำไปขาย ได้ เงินมาแล้ว แทนที่จะนำไปใช้จ่ายแสวงหาความสุขท่านกลับนำไปบริจาค เพื่อ ทำบุญกุศลด้วยเหตุผลที่ว่า..ที่แม่ทำเช่นนี้ก็เพื่อที่จะสร้างสมบุญกุศลไว้ ให้ลูกหลาน ในวันข้างหน้าต่างหาก ลูกอย่าได้เสียดายไปเลย... ” สิ่งที่ท่าน ประธานได้รับการพร่ำสอนจากพุพการีทั้งสอง จึงมีส่วนสำคัญในระยะต่อมา ทำให้ท่านดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีจิตใจอารีตลอดมา จน เป็นที่เคารพรักใคร่ของลูกน้องและผู้ใกล้ชิด
การศึกษา
ท่านประธานเริ่มการศึกษา ครั้งแรกที่โรงเรียนเผยอิง ถนนทรงวาดอันเป็น โรงเรียนที่ชาวจีนสมัยนั้น นิยมส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาหาความรู้ ท่านได้ ใช้เวลาร่ำเรียนศึกษาอยู่จนกระทั่งอายุได้ 15 ปี พอดีกับช่วงเวลานั้นได้เกิด ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกมีผลให้ตลาดการค้าซบเซามาก ช่วงเดียวกันนั้น เองที่บิดาของท่านได้ลาออกจากงานอาชีพเดิม มาเปิดกิจการร้านขายของชำ ชื่อ ร้านเปียวฮะ ร่วมกับบรรดาอา ๆ ทั้งหลายที่ตามมาจากเมืองจีน ในระยะ เริ่มต้นนั้นจำเป็นต้องการแรงงานมาช่วยทางร้านอย่างมาก ด้วยความเป็นลูก ที่มีความกตัญญูและเคารพรักใคร่ในตัวบิดา ท่านประธานจึงตัดสินใจลาออก จากโรงเรียนทิ้งเครื่องแบบมาเป็นคนงานในร้านด้วยงานครั้งแรกในชีวิตคือ การเป็นจับกังแบกหาม และคอยรับใช้ทั่วไป สุดแต่บิดาจะเรียกใช้ ส่วนช่วง คืนท่านก็ยังฝักใฝ่หาวิชาความรู้ เพิ่มเติมด้วยการไปเรียนหนังสือภาคค่ำใน ในลักษณะคล้าย ๆ กับศึกษาผู้ใหญ่ในปัจจุบัน ระหว่างนั้นท่านก็ได้ศึกษาหา ความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองจากการอ่านหนังสือพิมพ์จากการสังเกตและศึกษา วิธีการทำงานของผู้คนรอบข้างจนค่อยๆ เลื่อนระดับขึ้นมาเรื่อยๆจากเงินเดือน ค่าจ้างเดือนแรก 6 บาทก็ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นในอีก 6เดือนต่อมาเป็น12บาท จนกระทั่งถึง 22 บาท เมื่อครั้งที่บิดาได้ประกาศในท่ามกลางลูก ๆ หลาน ๆ ว่า... หากใครสามารถแบกกระสอบน้ำตาลหนัก100 กิโลกรัมได้ฉันถือว่าจบปริญญา และจะขึ้นเงินเดือนเป็น 22 บาททันที..มีเพียงคนเดียวในบรรดาลูกๆ หลานๆ แห่งร้านเปียวฮะที่สามารถทำได้ตามคำพูดของบิดาก็คือ เทียม โชควัฒนา ผู้นี้ เท่านั้น
ครอบครัว
ในช่วงวัย 15 ปี สำหรับผู้อื่นอาจเป็นช่วงแห่งความหรรษาแต่สำหรับท่านประธาน นั้นมีแต่มุมานะทำงานหนัก ด้วยความอดทนอีกทั้งยังต้องคอยปลุกปลอบ และให้ กำลังใจตนเองอยู่ตลอดเวลา ด้วยว่าเป็นคนที่มีความรู้น้อยจึงไม่อาจย่อท้อ อีกทั้ง ฐานะการเงินไม่เอื้ออำนวยนัก จึงมิอาจเกี่ยงงานในทุกหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ท่านประธานต้องตรากตรำทำงานหนักมาตลอด จนกระทั่งอายุ 17 ปีจึงได้สมรสกับ นางสาวสายพิณ สิ่งที่ท่านจำได้อย่างแม่นยำก็คือ ชุดเจ้าสาวนั้นตัดเย็บด้วยเงิน จำนวนถึง 20 บาท ชีวิตครอบครัวของทั่งสองดำเนินอย่างราบรื่น มีความสุขตลอด ระยะเวลาร่วม 60 ปี ซึ่งท่านได้ปฏิบัติตนเป็นสามีที่ดีต่อภรรยาอย่างเสมอต้นเสมอ ปลาย โดยมอบหน้าที่ดูแลภายในบ้านและการอบรมบุตรธิดาไว้กับภรรยาส่วนตัว ท่านส่วนตัวท่านประธานนั้นกลับมุมานะทำงานหนักยิ่งขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือ ครอบครัว อีกทั้งยังปฏิบัติตนเป็นสามีที่ดีต่อภรรยาอย่างเสมอต้น เสมอปลาย รัก เดียวใจเดียวตลอดชีวิตสมรส ซึ่งท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า..ชีวิตของข้าพเจ้านั้น นับ แต่แต่งงานมาไม่เคยร้องเพลงว่า จินเทียนปู้หุยเจีย หรือ วันนี้ไม่กลับบ้านเลย